คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกของเมมเบอร์พี่สาวคนโตของวง Kaew BNK48 ที่จัดขึ้นที่โรงละคร K-Bank สยามพิฆเนศ Siam Square One ที่เป็นเหมือนจะเป็นที่จัดงานคอนเสิร์ตขนาดกลางเจ้าประจำของ BNK48 ไปกลายๆ แล้ว โดยมีการจัดแสดงถึง 2 วัน คือ 7-8 พฤษภาคม ซึ่งโชคดีที่ทางเราสุ่มได้บัตรตั้งแต่วันแรกจึงมีโอกาสได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอนเสิร์ตครั้งนี้ในวันแรกนั่นเอง

งานเริ่มเลทจากเวลาเล็กน้อยแต่ก็มีเสียงต้อนรับจากเจ้าของงานกล่าวทักทายกับผู้ร่วมชมและอธิบายกติกามารยาทในการรับชมงานเพื่อความสนุกของทุกคน ก่อนที่ไฟจะดับลงและเสียงบรรเลงเพลง Classmate ที่เป็น Theme song ประจำคอนเสิร์ตนี้ดังขึ้นจากปลายนิ้วที่กรีดกรายลงบนคีย์แกรนด์เปียโนที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเรา

อย่างที่แก้วเคยเปรยไว้ว่าคอนเสิร์ตนี้จะบอกเล่าเกี่ยวกับเรื่องราวของแก้วตั้งแต่สมัยมัธยมจนถึงการเข้ามาอยู่ใน BNK48 เราจึงได้เห็นแก้วในชุดที่หลากหลายเหมือนและนอกเหนือโปสเตอร์งานที่ปล่อยออกมาตามช่วงอายุ คอนเสิร์ตเดินเรื่องคล้ายละครเวทีคือมีทั้งการร้องเพลงและการแสดงประกอบฉากที่ถือว่าดีเนื่องจากออกแบบมาให้มีปฏิสัมพันธ์กับแก้วและคนดูมากขึ้นช่วยเพิ่มความรู้สึกร่วมทั้งสุข เศร้า เหงา รัก ประกอบกันไปได้เป็นอย่างกลมกล่อม

เพลงที่ใช้ในคอนเสิร์ตนี้จะเป็นเพลงของ BNK48 ไม่ว่าจะเป็น BNK48, 365 วันกับเครื่องบินกระดาษ, Shonichi (วันแรก), Aitagatta อยากจะได้พบเธอ, Oogoe Daimond ก็ชอบให้รู้ว่าชอบ ฯลฯ และของ SanQ Band อย่างเช่น ใจ…ใจ, ไฟท์โตะ, เพื่อนร่วมทาง, เราจะคิดถึงกันเสมอ จะมีเพลงจากศิลปินท่านอื่นเช่นกันที่หยิบยืมมาเหมือนเป็นตัวแทนของแขกรับเชิญไม่ว่าจะเป็น ส่งแค่นี้ – บอย ตรัย ที่แก้วเคยไปเป็นแขกรับเชิญ Bad Luck – Lipta ที่แทนลิปตาส่งมาร่วมด้วย ที่ประหลาดใจและชอบมากที่สุดในบรรดาเพลงแขกรับเชิญคือ ไม่คิดไม่ไหว – ro.MAN.tic งานเดี่ยวของ พี่แมน – ละอองฟอง ที่หลายเสียงบอกไปในทางเดียวกันว่าเพลงน่ารักและสนุกมาก โดยทุกเพลงมีการเรียบเรียงใหม่ทั้งหมดซึ่งทำให้มีความพิเศษชัดเจนแตกต่างจากทุกคอนเสิร์ตของ BNK48 ที่ผ่านมา

แขกรับเชิญในงานก็ถือว่าไม่ผิดไปจากที่คาดไว้ซึ่งก็คือน้องๆ ในวงที่มีความสนิทกับแก้วเป็นอย่างมากทั้ง อร ตาหวาน เนย น้ำหนึ่ง ปัญ โมบาย และปูเป้ ที่มาแบ่งปันช่วงเวลาที่มีความสุขต่างๆ ในขณะที่อยู่ในวงไม่ว่าจะตอนเริ่มซ้อมปรับพื้นฐานกันในวง การประกาศเซ็มบัตสึซิงเกิลแรก ชีวิตเด็กหอ และการเดินทางไปญี่ปุ่น น้องๆ ได้เข้ามาทำให้เรื่องราวเหล่านี้มีทั้งน้ำตา เสียงหัวเราะ และความสุขได้อย่างสมบูรณ์ถึงแม้จะมีด้นสดบ้างแต่ผ่านมาได้อย่างราบรื่น


แต่เหนือสิ่งอื่นใดทักษะทางเปียในที่เป็นเอกลักษณ์ของแก้วก็ได้แสดงออกมาอย่างเต็มที่จากเพลงคลาสสิคบรรเลงถึง 2 เพลงเต็มอย่าง Canon และ Bach ในช่วงจุดเปลี่ยนทั้ง 2 ของชีวิตอย่างการสอบเข้าช่วงม.ปลายและจบการศึกษาทำให้เราได้เห็นถึงศักยภาพทางดนตรีจริงๆ ที่แก้วมีนั้นมากขนาดไหนสมกับที่คว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 มาได้ และแก้วก็ได้โชว์การเต้นที่เราไม่คิดว่าจะได้เห็นรูปแบบการเต้นแบบนี้จากแก้วมาก่อนในช่วงอังกอร์ด้วยในเพลง Kimi wa Melody เธอคือเมโลดี้ ที่เซ็กซี่สมวัยเรียกเสียงกรี๊ดจากคนในฮอลล์กันเต็มที่จนเราไม่อาจจำเพลงนี้ในแบบเดิมได้อีกแล้ว

โดยภาพรวมแล้วเป็นคอนเสิร์ตที่สนุกมาก มีเส้นเรื่องที่แข็งแรงและแก้วเป็นเมนหลักของคอนเสิร์ตชัดเจน แต่ก็จะมีข้อที่เราคิดว่ายังต้องปรับปรุงอีกอย่างเช่น การดับไฟเพื่อเปลี่ยนชุดในการเล่าเรื่อง ทำให้โชว์ชะงักพอสมควรซึ่งเข้าใจได้ว่าต้องใช้เวลาแต่ถ้ามีปูเป้หรืออะไรก็ได้มาคั่นน่าจะช่วยให้ไหลลื่นมากขึ้น และก็มีผลทำให้ช่วงจบโชว์รออังกอร์นั้นคนดูจะเกร็งๆ เพราะไม่แน่ใจว่าปิดไฟครั้งนี้คือจบจริงหรือยัง ต้องขอบคุณมิวสิคที่เป็นต้นเสียงในการอังกอร์ในครั้งนี้

เรื่องราวช่วงเริ่มต้นอาจจะเนือยเล็กน้อยเนื่องจากความมีส่วนร่วมของคนดูกับตัวแก้วไม่ได้มีมากเท่าไหร่นัก แต่เมื่อเป็นช่วงตั้งแต่ audition เป็นต้นมาทุกคนเหมือนเดินทางไปพร้อมกับแก้วและมิตรภาพที่มีกับน้องๆ แขกรับเชิญทุกคนอย่างสนุกสนาน ทำให้เราได้เห็นว่าความสามารถในทางดนตรีและศักยภาพทั้งการร้อง การเต้น และสร้างความสุขให้กับผู้คนของแก้วเป็นของจริงและสมกับได้รับเลือกให้จัดคอนเสิร์ตเดี่ยวเป็นครั้งแรก หวังว่าเราจะได้ดูอีกครั้งในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งในอนาคตเพราะอยากให้ทุกคนได้สัมผัสความสุขนี้ด้วยกันอีกครั้ง

เครดิตภาพ : เพจ BNK48, Kaew BNK48, Pupe BNK48, ShihaininBNK48

#BNK48 #Idol #KaewBNK48

Subscribe to Our Newsletter

  • White Facebook Icon

© 2023 by The Ocean